การฟอกเลือดด้วยอัลตร้าไวโอเลต H.O.T

H.O.T


H.O.T. คืออะไร

H.O.T. คือการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดขบวนการ Oxidation ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ด้วยการนำเลือดออกมาประมาณ 50-80 cc. ในขวดที่ป้องกันเลือดแข็งตัว จากนั้นจะใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์เป็นตัวพาให้เลือดจัดเรียงตัวเป็นโฟมและผ่านแสงยูวี (UVC spectrum) ในช่วงคลื่นพิเศษขบวนการนี้จะทำให้เลือดเกิดปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่สำคัญขึ้น แล้วหยดเลือดกลับเข้ามาในร่างกาย

ในปี ค.ศ.1903 นักวิทยาศาสตร์ชื่ Niel Ryberg Finsen ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์จากผลงานการใช้แสง อัลตร้าไวโอเลตรักษาโรคโดยพัฒนาจากการค้นพบว่า อัลตร้าไวโอเลตสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ราวปี ค.ศ. 1970 มหาวิทยาลัย Yele ในสหรัฐอเมริกาได้ประดิษฐ์เครื่องฟอกเลือดด้วยอัลตร้าไวโอเลตเรียกว่า Exteacorporeal Photopheresis Blood Irradiation ใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสเรื้อรังพบว่าสามารถกำจัดเชื้อได้นานถึง 14-16 เดือน เครื่องมือของ มหาวิทยาลัย Yale มีข้อจำกัดการใช้เนื่องจากต้องฟอกเลือดครั้งหนึ่งนาน มากถึงครั้งละ 4-5 ชั่วโมง

ปัจจุบันการฟอกเลือดด้วยอัลตร้าไวโอเลตเรียกว่า

H.O.T. UV ย่อมาจาก Hematogenous Oxygenation Therapy(Ultraviolet Blood Irradiation) ทำได้ง่ายขึ้นใช้เวลาประมาณ 40 นาทีโดยเจาะเลือดผู้ป่วยออกประมาณ 80 ซีซี. นำมาฟอกด้วยอัลตร้าไวโอเลตร่วมกับการเติมออกซิเจน จนเลือดเปลี่ยนจากเลือดดำเป็นเลือดแดงจากนั้นนำเลือดซึ่งผ่านการฟอกแล้ว และเป็นเลือดของผู้ป่วยเองกลับคืนไปให้ผู้ป่วยจนหมด ทำการรักษาสัปดาห์ละครั้งประมาณ 10-12 ครั้ง

หลังการทำ H.O.T. UV พบว่าออกซิเจนในเนื้อเยื่อสูงขึ้น การไหลเวียนของระบบเลือดฝอยดีขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น การอักเสบลดลง เพิ่มระดับความทนทานของร่างกายต่อการฉายแสงและเคมีบำบัด เกิดการย่อยสลายโคเลสเตอรอล, กรดยูริค และน้ำตาลในเลือด มีผลในการปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดแก้ไขภาวะหลอดเลือดหดตัว (Vascular Spasm) และต่อต้านการติดเชื้อในร่างกาย ผลทางเคมีพบว่า Cholesterol, Uric, Creatinine, กรด lactic, fibrin ในเลือดลดลง เลือดเป็นกรดน้อยลง เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ระดับ Hemoglobin เพิ่มขึ้น เม็ดเลือดแดงมีประจุมากขึ้น เกร็ดเลือดบางลง

  1. กำจัดสารพิษออกจากเลือด กำจัดไขมันออกจากตับ
  2. กระตุ้นการสร้างสารแอนตี้บอดี้เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  3. เพิ่มออกซิเจนให้แก่เลือด การรักษาด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยอัลตร้าไวโอเลตผู้ป่วยจะรู้สึกว่าเลือดสูบฉีดไปที่บริเวณใบหน้าดีขึ้นร่างกายจะอบอุ่นขึ้น
  4. ลดอาการบวมน้ำ
  5. กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือกแดง ลดสภาวะโลหิตจาง
  6. รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  7. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  8. ขยายหลอดเลือด
  9. ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น
  10. ทำให้เลือดเป็นกรดลดลง
  11. ต่อต้านการติดเชื้อในร่างกาย


มีประวัติการใช้กับมนุษย์ครั้งแรกในปี 1928 ที่ประเทศเยอรมัน ในการรักษาผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งซึ่งกำลังจะตายด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง แต่สามารถหายได้ภายในสองวัน HOT เป็นการรักษาแบบธรรมชาติ และปราศจากผลข้างเคียงแม้แต่น้อย ปัจจุบันมีการใช้กว้างขวางมากในยุโรป มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องนับร้อยมาจากยุโรป


ข้อห้ามการใช้ H.O.T. UV :

ไม่ควรใช้ HOT ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือดออกจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ป่วย porphyria ผู้แพ้แสงอาทิตย์ ผู้ป่วยในขณะธัยรอยด์เป็นพิษ และในขณะที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลัน


ผลข้างเคียงจากการทำคีเลชั่น

ระยะแรก บางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการ ขับสารพิษออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้น แก้ได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำผลไม้ และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน


ความบ่อยในการรักษา:

ในภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน วันละครั้งหรือทุกวันเว้นวันจนกว่าอาการจะดีขึ้น ภาวะอื่น ๆ โดยทั่วไปคือสัปดาห์ละสองครั้งติดต่อกันสามสัปดาห์ หลังจากนั้นสัปดาห์ละครั้งอีกสี่สัปดาห์ แล้วค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนถึงทุกๆ สองเดือนครั้ง ในผู้ป่วยเรื้อรังบางรายสามารถให้ต่อไปได้ทุกสองเดือนครั้ง


กลุ่มโรคที่ได้ผลดีจากการรักษาด้วย H.O.T UV ได้แก่

  1. เบาหวาน เส้นเลือดขอด
  2. ไตอักเสบ ตาอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ตับอักเสบ
  3. แผลเรื้อรังรักษาหลอดเลือด และระบบไหลเวียนหลอดเลือดส่วนปลายไม่ดี
  4. โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบ
  5. โรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง SLE
  6. โรคเกิดจากไวรัส เช่น เริม ไข้หวัดใหญ่
  7. โรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น ไทฟอยด์
  8. โรคติดเชื้อทุกประเภท เช่น ไวรัส, เชื้อรา, แบคทีเรีย และการติดเชื้ออื่นๆ
  9. โรคข้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ
  10. ใช้เป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยโรคมะเร็ง(มีการทำในประเทศเยอรมนี)
  11. ใช้รักษาผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ขาดออกซิเจน


การปฏิบัติตนหลังการรักษา:

  1. ดื่มน้ำสะอาด 8 แก้วภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยร่างกายกำจัดสารพิษซึ่งถูกออกซิไดซ์ (ทำลาย) โดย Singlet oxygen สารพิษที่ออกซิไดซ์แล้ว จะถูกกำจัดออกทางไต
  2. งดอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Supplement) หลังการให้ HOT 24 ชั่วโมง เช่น วิตะมิน A,C,E, Selenium, glutathione, pycnogenols เป็นต้น แต่วิตามินจากผักผลไม้ตามธรรมชาติ ไม่ต้องงด


หลังการรักษาจะเกิดอาการอะไรได้บ้าง:

ผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกดีขึ้นทันทีหลังการรักษา ผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกว่าตนเองแย่ลง จากนั้นจึงค่อยดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เพราะการออกซิไดซ์พิษในร่างกาย (ซึ่งรวมไปถึงการติดเชื้อ) ในขบวนการกำจัดพิษ จะสามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย ไข้ ตัวสั่น และมีอาการคล้ายไข้หวัด โดยทั่วไปอาการจะเป็นมากในคืนแรกของการรักษาแล้วจะเริ่มดีขึ้น ในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ กว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาจต้องใช้เวลาหลังจากให้การรักษาไปแล้ว อย่างน้อย 4 สัปดาห์

facebook