บริการศัลยกรรมกำจัดไขมันส่วนเกิน ดูดไขมัน ฉีดไขมัน

ศัลยกรรมไขมัน


VASER (Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance)

คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่สามารถสลายไขมันได้มากเท่าการดูดไขมัน แต่นุ่มนวลและผลข้างเคียงน้อยกว่าการดูดไขมันมาก คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าการดูดไขมันทั่วไป

VASER เป็นเทคโนโลยี Ultrasound ขั้นสูงสามารถเลือกทำลายเป้าหมายคือไขมัน อย่างจำเพาะเจาะจง (LipoSelection) โดยไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ

VASER LipoSelection ทำงานอย่างไร

  1. บริเวณที่ต้องการสลายไขมัน จะถูกเติมด้วยน้ำเกลือชนิดพิเศษและยาชา ช่วยให้ไม่เจ็บและลดการช้ำ ลดการเสียเลือด
  2. เครื่องมือ VASER ซึ่งมีหัวขนาดเล็ก 2-3 มิลลิเมตร ส่งพลังงานเสียงเข้าทำลายเฉพาะไขมัน โดยถูกใส่ผ่านผิวหนัง เพื่อสัมผัสกับไขมันที่ต้องการสลายโดยตรง
  3. ไขมันที่ถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมด จะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวล บริเวณผิวหนังถูกเย็บปิด 1-3 เข็ม โดยแทบไม่เหลือรอยแผลเป็นเนื่องจากมีอุปกรณ์ปกป้องผิวหนังขณะทำตลอดเวลา

VASER LipoSelection ได้ผลอย่างไร
  1. ได้ผลดีมากกับไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าท้อง แขน หลัง สะโพก หัวเข่า เอวด้านหลัง ใต้คาง ต้นขา เอาไขมันส่วนที่ไม่ต้องการออกได้ในครั้งเดียว
  2. ปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วน ดูมีเสน่ห์อย่างธรรมชาติ
  3. Reshape ส่วนที่มีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ด้วยการออกกำลังและควบคุมอาหาร Vaser Lipo Selection ช่วยให้มีรูปร่างที่ได้สัดส่วนหลังการรักษาเพียงครั้งเดียว มีรอยช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็วไม่ต้องนอนโรงพยาบาล กลับไปทำงานได้ใน 1-2 วัน
  4. นอกจากนั้น VASER ยังช่วยให้ผิวกระชับและฟื้นตัวเร็ว ทำให้ได้ผลการสลายไขมันที่ดีที่สุดขณะที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ไม่มีปัญหาเรื่องผิวขรุขระหรือเป็นโพรงเหมือนการดูดไขมันในอดีต

บริเวณที่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้ด้วย VASER
  1. บริเวณแก้ม กราม ใต้คาง
  2. คอ โหนกบริเวณหลังต้นคอ
  3. ต้นแขน
  4. หน้าอก
  5. บริเวณหลัง
  6. เอว
  7. สะโพก
  8. ต้นขา บริเวณเข่า

VASER LipoSelection
  1. ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย
  2. ได้ผ่านการวิจัยจากสถาบันต่างๆ และตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์หลายฉบับ
  3. สามารถกำจัดไขมันเฉพาะส่วนได้อย่างปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว รูปร่างได้สัดส่วน


ฉีดไขมันเพิ่มสัดส่วน (Fat transfer)

การศัลยกรรมแบบนี้ทำได้โดยดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่คนไข้ต้องการกำจัด แล้วนำมาฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการเสริมให้มีขนาดใหญ่ สวยงามขึ้น เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องตามร่างกาย สามารถลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นไขมันของคุณเอง ทำให้การทำศัลยกรรมประเภทนี้มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะจะไม่เกิดอาการแพ้ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ไขมันที่ดูดออกมานั้นไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย บริเวณที่นิยมนำไขมันมาฉีดคือ

  1. เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย
  2. เพิ่มขนาดบั้นท้าย
  3. เพิ่มความอูมของแก้ม ในรายที่แก้มตอบ หน้าผากให้โหนกนูน
  4. ตกแต่งอวัยวะเพศหญิง

การเตรียมตัวรับการผ่าตัด
  1. โปรดแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วยและห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม
  3. งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  4. งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์

การผ่าตัด และชนิดของยาระงับความรู้สึก
การฉีดไขมันจะต้องทำสองขั้นตอนคือการเตรียมไขมันที่จะฉีดทำได้โดยการดูดไขมันส่วนเกิน อาจจะที่หน้าท้อง แขน ต้นขาหรือสะโพก ทำให้ไขมันนั้นตกตะกอน เก็บเฉพาะไขมัน แล้วจึงนำไปฉีดส่วนที่ต้องการ เช่นเสริมแก้ม ระยะเวลาในการฉีดประมาณ 15-60 นาที จะมีอาการบวมและแดงบริเวณที่ฉีดแต่บางคนอาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะยุบบวม ข้อดีของการฉีดไขมันเพื่อเสริมความอูมคือร่างกายจะไม่ปฏิเสธไขมันซึ่งเป็นของตัวเอง สำหรับชนิดของยาระงับความรู้สึกนั้นขึ้นอยู่กับว่าคนไข้ต้องการจะฉีดไขมันเข้าที่ใด แต่โดยมากเป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อนจึงสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้

ภาวะแทรกซ้อน หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด
ไม่ค่อยพบภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดไขมัน อย่างไรก็ตามหากคุณพบอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ หรือบาดแผลติดเชื้อ จะต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที

การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น
  1. งดทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด
  2. ห้ามให้แผลโดนน้ำ
  3. แพทย์จะนัดมาตัดไหม อีกประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ร่องรอยจากการผ่าตัดจะหายไปในเวลาสามถึงห้าสัปดาห์

การดูดไขมัน

เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินไป (ส่วนใหญ่จะมาจากน้ำตาลและน้ำมัน) ร่างกายจะเปลี่ยนพลังงานเป็นไขมัน แล้วเก็บสะสมไขมันส่วนเกินบางส่วนไว้ใต้ผิวหนังไขมันที่เก็บไว้จะมีลักษณะเป็นก้อนนิ่มๆ ก้อนไขมันถ้าถูกสะสมไว้มากเกินไป จะทำให้รูปร่างบริเวณนั้นดูใหญ่ผิดส่วน ไม่สวยงาม
การดูดไขมัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่อยากมีเรือนร่างสวยกระชับ ปราศจากไขมันแบบฉับพลันทันใจการดูดไขมันเป็นประบวนการในการปรับรูปทรงร่างกายด้วย การกำจัดไขมันส่วนเกิน ออกจากร่างกาย โดยสามารถกำจัดออกได้ในหลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง สะโพก บั้นท้ายน่อง หัวเข่า ต้นแขน คาง แก้ม หรือแม้แต่ลำคอก็ยังได้ การดูดไขมันเป็นวิธีการรักษาที่ทันสมัย และได้ผลอย่างรวดเร็ว ในการช่วยลดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ให้กับทุกๆ สัดส่วนของเรือนร่างอย่างที่ต้องการ

การผ่าตัด
การดูดไขมัน ในปัจจุบันมีเทคนิคที่ทำให้มีการเสียเลือดน้อยมากโดยที่ถ้าไขมันและน้ำที่ถูกดูดออกมามีปริมาณไม่เกิน 6,000 มิลลิลิตร ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับเลือด การผ่าตัด อาจจะทำโดยการดมยาสลบหรือการฉีดยาชาเฉพาะที่ก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่จะที่การดูดไขมัน ก่อนที่การผ่าตัดแพทย์จะทำการวาดตำแหน่งที่มีความต้องการดูดไขมันเสียก่อนที่จะวางยาสลบหรือฉีดยาชา หลังจากนั้นจะทำการเจาะแผลขนาดเล็กที่ผิวหนังขนาดเท่ากับขนาดของท่อที่จะทำการดูดไขมันอย่างน้อยตำแหน่งละสองรูเพื่อให้ การดูดไขมัน เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกันอาจจะใช้รูแผลร่วมกันได้หลังผ่าตัดแพทย์จะสวมผ้ายืดหรือพันผ้าไว้ประมาณสองเดือน บริเวณที่ทำการดูดไขมันอาจจะมีรอยเขียวช้ำได้ซึ่งจะหายไปเองภายในระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์

ภาวะแทรกซ้อน

  1. เลือดออก
  2. การติดเชื้อ
  3. สีผิวเข้มผิดปกติ (hyperpigmentation) บริเวณที่ดูดไขมัน
  4. ผิวขรุขระ
  5. ไขมันถูกดูดออกมากเกินไป (overcorrection)
  6. ไขมันถูกดูดออกน้อยเกินไป (undercorrection)
  7. แผลเป็นบริเวณตำแหน่งที่เป็นทางเข้าของท่อดูดไขมัน

ปรับใบหน้าให้สมบูรณ์แบบด้วยเทคนิค “ฉีดไขมัน”

Facial Fat Graft หรือเทคนิคการปรับรูปหน้าด้วยการย้ายไขมัน เป็นเทคนิคที่มีการพัฒนามาหลายสิบปี แต่ในอดีตจะมีปัญหาตรงที่ย้ายตำแหน่งแล้วไขมันหายค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม ภายหลังเมื่อยุคการแพทย์ปรับเปลี่ยนเป็น Regenerative Medicine มีความคิดว่าไขมันเป็นเนื้อเยื่อที่มีระบบภายในในการรักษาสภาพ คือเป็นเซลล์ที่มีไขมันอยู่ข้างใน และมีเปลือกซึ่งมีสเต็มเซลล์อยู่ เป็นตัวที่รักษาไขมันเอาไว้ และงอกไขมันแทนที่ไขมันเก่าที่ตาย เพราะฉะนั้นการย้ายจึงต้องคำนึงว่าต้องย้ายเซลล์ที่รักษาตัวมันด้วยติดมา เติมอินซูลิน หรืออาจเติม Growth Factor บางชนิด บางครั้งอาจจะเติมเซลล์เปลือกของไขมัน การอยู่รอดของไขมันจึงเพิ่มขึ้นเป็น 70%

ทำกันอย่างไร
หลังจากวิเคราะห์ใบหน้า บางตำแหน่งอาจใช้ Blunt Cannula เซาะให้เป็นโพรงก่อนฉีดไขมันเข้าไป (อย่างเช่น การเสริมจมูก) จากนั้น จึงเลือกตำแหน่งไขมันที่จะดูด คือหน้าท้องส่วนล่าง หรือต้นขาด้านนอก แล้วฉีดยาชาก่อนเจาะรูประมาณ 3 มิลลิเมตร แล้วฉีดสารน้ำซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างยาชา น้ำเกลือ และอะดรีนาลีนทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้น จึงดูดไขมันออกมา หากต้องการดูดเปลือกเซลล์ด้วยจะต้องดูดไขมันเพิ่มเป็นสองเท่า แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ก่อนใช้เข็มขนาดเหมาะสมฉีดตรงตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งทำได้ทั่วไปหน้า ไม่ว่าจะเป็นโหนกแก้ม หางตา หน้าผาก ร่องแก้ม ใต้ริมฝีปากล่าง หรือลบรอยตีนกา เห็นผลแบบไหน เนื่องจากไขมันเป็นเนื้อเยื่อของเรา เมื่อฉีดแล้วจึงให้ความเป็นธรรมชาติมาก หากจับจะรู้สึกนุ่มๆ เหมือนผิวหนังทั่วไป แต่อาจมีอาการบวมไม่เท่ากันบ้างภายในหนึ่งสัปดาห์ ในช่วงแรกห้ามนวดเด็ดขาดเพราะไขมันจะหายไป หลังจากนั้นจะคงที่ภายใน 6 และจะต้องมาฉีดซ้ำอีก 2-3 ครั้ง จึงคงรูปร่างสมบูรณ์

ข้อดี

  1. เซลล์ไขมันเป็นเนื้อเยื่อของเรา ไม่มีการแพ้ ไม่มีปฏิกิริยาระยะยาว หลังจากฉีดเข้าไปจะเชื่อมติดกลายเป็นเนื้อเยื่อธรรมชาติของชั้นใต้ผิวหนัง และช่วยเพิ่มคุณภาพของผิวด้วย
  2. ค่ายาไม่ได้คิดตามปริมาณ เนื่องจากไขมันเป็นของเราเอง ต่างจากฟิลเลอร์ที่คิดเป็นซี.ซี.
  3. ไขมันเป็นสีเหลืองไม่โปร่งแสง เมื่อฉีดผิวจึงดูสว่างขึ้น ในขณะที่ฟิลเลอร์นั้นมีลักษณะใส เมื่อฉีดอาจเห็นเป็นรอยดำถ้าผิวหนังบาง
  4. หากฉีดมากเกินหรือเป็นรอยก็สามารถนวดให้หายไปได้ไม่ยาก
  5. ปลอดภัย เพราะใช้เข็มทู่ โอกาสจะเข้าไปในเส้นเลือดหรือเกิดปัญหาแทรกซ้อนมีน้อย

ข้อเสียและความเสี่ยง
  1. เซลล์ไขมันมีชีวิต เมื่อเราอ้วนขึ้นหรือผอมลงขนาดก็จะเปลี่ยนตาม เพราะฉะนั้นควรมาทำในขณะที่เราไม่คิดลดหรือเพิ่มน้ำหนัก
  2. เส้นประสาทใบหน้าอาจกระเทือนชั่วคราว จนหน้าเบี้ยว ชา 2-3 สัปดาห์ แต่หลังจากนั้นจะหายเป็นปกติ
  3. ถ้าไม่ใช่เทคนิคแบบใหม่ ไขมันจะหายไปเยอะ อาจเกิดอาการตะปุ่มตะป่ำ และถ้าไม่สะอาดอาจเสี่ยงกับการติดเชื้อ