โบท็อกซ์ ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์แก่ผิว

ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย เสริมสร้างความอ่อนเยาว์

4.1 BTX (Botoinum Toxin)

โบท็อกซ์ เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ดังนั้นจึงนิยมนำโบท็อกซ์มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง เช่นรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวแล้ว เวลาขมวดคิ้วกล้ามเนื้อจึงไม่จับกันเป็นก้อนนูนออกมา และยังสามารถช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าได้ เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดปีกจมูก ปรับลดกล้ามเนื้อกราม รอยตีนกา ฯลฯ

ผลของการฉีด โบท็อกซ์ ในกรณีที่ฉีดเพื่อการลดริ้วรอย แล้ว ริ้วรอยขมวดคิ้ว รอยย่นจมูกจะลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ แก้ไขรูปหน้า กล้ามเนื้อตรงส่วนกรามเล็กลงทำให้หน้าดูเรียวขึ้น การทำให้คิ้วโก่ง ให้มุมปากที่ตกยกขึ้น ปีกจมูกเล็กลง ควบคุมต่อมเหงื่อ เพื่อลดเหงื่อใต้วงแขน โดยการทำงานยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อทำให้ผลิตเหงื่อลดลง

หลังฉีดโบท็อกซ์ จะเริ่มเห็นผลได้ในประมาณ 3-7 วัน ซึ่งผลจากการฉีดจะอยู่ได้ราว 6-8 เดือน โดยสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม

ใครบ้างที่ฉีดโบท็อกซ์ได้? การฉีดโบท็อกซ์นั้นเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว หากแต่ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยเนี้ยบ ยิ่งกว่า ต้องการปรับเล็กๆ น้อยๆเพื่อแก้โหวเฮ้ง หรือเสริมบุคลิกภาพเพื่อสังคม ผู้มีอายุต่ำกว่านั้นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอให้วัยล่วงเลย

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Botox ?

  1. ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูมีสุขภาพ ดูสดใส
  2. ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
  3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
  4. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
  5. หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร

เตรียมตัวก่อนการฉีด
  1. ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
  2. ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน

การฉีดโบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่ และมีผลข้างเคียงอย่างไร? การฉีดมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อตายแต่อย่างใด ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่น อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ คันบริเวณที่ฉีด หรือบางรายหนังตาตก แต่พบได้น้อยมาก โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณน้อยๆ เพื่อการปรับรูปหน้า และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง การฉีดโบท็อกซ์ไม่ต้องรอจนรอยเหี่ยวย่นถามหา แค่ปรับรูปหน้านิดหน่อยคุณก็ดูดีขึ้นได้

4.2. ฉีดสารเติมเต็ม Filler

Filler หรือ สาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนังของเรา คอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนสำคัญของผิว เพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนัง ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ เมื่อตอนเด็กๆ จะสัมผัสได้ทันที ถึงความใส ตึง ที่ผิวแก้ม แต่ภายหลังอายุ 20 ปี คอลลาเจนโปรตีนจะเสื่อมสภาพลง พอสปริงไม่เด้งเหมือนเก่า ผิวหนังจึงยุบตัวลง ความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวพรรณจึงปรากฏขึ้น

Filler (HA) ถูกนำมาฉีดเพื่อช่วยในการปรับแก้ไขรูปหน้า (ฉีดแบบเฉพาะจุด) เช่น เสริมจมูก เสริมคาง หรือเพื่อเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้า (ฉีดแบบ Meso Filler) ลดริ้วรอย ร่องลึก หรือแม้แต่การบำรุงผิวให้กลับกระชับ เปล่งปลั่ง สดใสอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือแม้กระทั่งบริเวณผิวหน้าอก และเมื่อสาร Filler นั้นเป็นสารที่ร่างกายมีอยู่แล้ว ดังนั้นการฉีดสารชนิดนี้เข้าไปในชั้นผิวหนังจึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย และสามารถย่อยสลายไปเองได้ตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

การฉีดปรับแก้ไขรูปหน้า (ฉีดแบบเฉพาะจุด)เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับแก้ไขเฉพาะส่วน เช่น ฉีดเพื่อเสริมจมูก เสริมคาง เติมแก้มที่ตอบ เติมร่องใต้ตา โดยผลลัพธ์การรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 9-12 เดือน

การดูแลหลังรับบริการ

  1. หลังรับบริการอาจมีอาการบวมช้ำได้ในบางราย ดังนั้นควรประคบน้ำแข็งทุกครั้ง เพื่อป้องกันและลดรอยช้ำ และทำให้ filler ของเราคงรูปได้นานขึ้นไม่ควรนวดบริเวณที่ฉีดมากเกินไป และงดทานยาจำพวก แอสไพริน วิตามินอี สมุนไพรร้อน เช่น แปะก๊วย โสม ต่อไปอีก 2-3 วัน เพื่อลดรอยช้ำหลังฉีด
  2. หากทำการเสริมจมูก คาง เนื้อ filler สามารถถูกจัดแต่งได้อีกเล็กน้อยในอาทิตย์แรก ดังนั้นควรกลับมาพบแพทย์ตามนัด ใน 1 อาทิตย์ และควรระวังการกระทบเทือน หรือระวังบางท่าทางเช่น นอนคว่ำ หรือเท้าคาง จะทำให้ผลการรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  3. สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังทำ
  4. ทานน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ filler อุ้มน้ำ ทำให้ส่วนที่เติม filler อิ่มขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นเต่งตึงให้กับใบหน้าค่ะ
  5. ผลการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน งดเว้นการนวดหน้าแรงๆ หรือการทำ treatmentร้อน เช่น RF, การซาวน่า ใน 1 เดือนแรก
  6. หากสงสัย หรืออาการไม่ดีขึ้น สามารถโทรมาสอบถาม หรือกลับมาพบแพทย์ได้ทุกเมื่อ หรือหากรอยช้ำเป็นมาก สีม่วงชัด ให้กลับมาเพื่อรับยาลดรอยช้ำได้

การฉีดแบบ MesoFiller และ Super Mesofiller ล่าสุด Filler ได้ถูกพัฒนาขึ้น ให้ฉีดแบบเมโสเธอราปี (Mesotherapy) ซึ่งเป็นการใช้เข็มค่อยๆ ผลักตัวยาลงไปใต้ชั้นผิวทีละจุดๆ ทั่วทั้งหน้า เพื่อเติมเต็มทำให้ผิวเอิบอิ่ม กระชับผิวให้เต่งตึง และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือผิวหน้าอก นอกจากนั้นยังพบว่าการฉีด Filler สามารถทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวหนังเราเองในบริเวณรอบๆโมเลกุลของ Filler ที่เราฉีดเข้าไป ซึ่งประสิทธิภาพคล้ายการทำ laser ยกกระชับผิวหน้า และทำให้หลุมสิวดีขึ้นได้ในบางราย โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่เกิดแผลเป็น หรือรอยดำ ไม่ต้องหลบแดด ซึ่งล่าสุดนี้ Meso Filler ได้รับการค้นพบว่าสามารถช่วยในเรื่องความเหี่ยวย่นรอบดวงตาอีกด้วย ผลลัพธ์คือริ้วรอยใต้ตาที่ดีขึ้น ชุ่มชื้นขึ้นอย่างที่ไม่มีครีมชนิดใดให้ผลดีเท่านี้ ผิวรอบดวงตาของคุณจะกลับสดใสเหมือนวัยแรกรุ่นอีกครั้ง โดยผลการรักษาของการฉีดนั้นจะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้ : ผิวที่หย่อนคล้อยจะกระชับขึ้นชัดเจน ผิวที่แห้งกร้านจะรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น และเนื้อผิวจะเนียนใสขึ้น ประสิทธิภาพอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน แต่สามารถฉีดซ้ำได้เพื่อบำรุงผิวทุก 1-2 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว การบำรุงผิวจะดียิ่งขึ้น และคงประสิทธิภาพได้นานขึ้น หากได้รับการฉีดสาร ตัวนี้อย่างต่อเนื่อง และสามารถทำร่วมกับ Meso White หรือการ Mask หน้าด้วยวิตามินเพื่อให้ผิวขาวกระจ่างใสร่วมด้วย

การดูแลหลังรับบริการ Meso Filler/Wrinkle Away
  1. หลังทำ จะเห็นว่ามีตุ่มนูนคล้ายยุงกัดบริเวณทั่วหน้าที่ทำ ซึ่งเป็นอณูของ filler ไม่ต้องตกใจหรือกังวล อาการดังกล่าวจะหายเอง ได้ภายใน 1-2 วัน และเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าอณู filler แทรกซึมอยู่ในผิวหน้าเราจริง และจะทำให้หน้าของเราชุ่มชื้น เนื้อผิวดีขึ้น รอยย่นลดลง
  2. หากมีอาการบวมแดง/รอยช้ำ ให้นำน้ำแข็งประคบเฉพาะบริเวณรอยช้ำประมาณ 10 นาที ส่วนอื่นที่เป็นตุ่มนูนธรรมดาไม่ต้องประคบค่ะ เพราะจะทำให้เนื้อ filler แข็งขึ้น และเป็นตุ่มนานหลายวันได้
  3. สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังทำ
  4. หากตุ่มนูนยังเห็นชัด เกิน 2 วัน อาจนำน้ำพออุ่นประคบ และนวดเบาๆให้ตัวเม็ดยาซึมเข้าผิว
  5. ทานน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ filler อุ้มน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นเต่งตึงให้กับใบหน้า
  6. ผลการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือนค่ะ งดเว้นการนวดหน้าแรงๆ หรือ การทำ treatment ร้อน เช่น RF, การซาวน่า ใน 3 สัปดาห์แรก
  7. กลับมาพบแพทย์ครั้งต่อไปคือ 1 อาทิตย์ข้างหน้า
  8. หากสงสัย หรืออาการไม่ดีขึ้น สามารถโทรมาสอบถาม หรือกลับมาพบแพทย์ได้ทุกเมื่อ

Filler Injection Pen การฉีด Filler เทคนิคใหม่ โดยใช้เครื่องมือช่วยในการควบคุมประสิทธิภาพของการฉีดสารเติมเต็ม เพราะโดยปกตินั้น การฉีด Filler จะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สารที่ใช้ฉีด ซึ่งก็คือสาร Hyaluronic Acid (HA) นั้น มีความหนืดมาก ทำให้ควบคุมได้ยาก ดังนั้นการใช้เครื่องมือปากกามหัศจรรย์ตัวนี้เข้าช่วย จึงดีกว่าทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเที่ยงตรง แม่นยำกว่า และความเจ็บที่น้อยกว่าจนแทบไม่รู้สึก ดังนั้นการฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก หรือเพื่อเสริมจมูก และคาง ก็สามารถทำได้ง่าย และฉีดได้สวยงาม ราวกับผลงานศิลปะ เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณ filler ที่ออกไปได้ดังใจ ไม่มากไม่น้อยเกินไป และสำหรับ Mesofiller การฉีดจะมีประสิทธิภาพขึ้น ฉีดได้ละเอียดขึ้น สามารถฉีดได้ในจำนวนจุดที่มากขึ้น โดยแต่ละจุดมีขนาดพอเหมาะและเท่ากัน ทำให้ไม่เป็นก้อน และทำให้เนื้อ Filler ทั้งหมดเข้าสู่ผิวหน้า โดยไม่สูญเสียปริมาณ Filler อย่างไม่จำเป็น

Filler Injection Pen เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน เห็นผลเที่ยงตรงจริงดังใจ มีใช้แล้วในยุโรป และอเมริกา (ผลิตโดยบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกประเทศสวิสเซอร์แลนด์

4.3 Meso Wrinlkes ลดริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น

1. Fractional Meso (Rejuvenation)-Derma point
รอยย่น / ริ้วรอย / ผิวหน้าหยาบกร้าน
สูตรที่ 1=Mixture 5 cc. 1. Placenta Extract = 1 cc. 2. Tranxemic acid = 1 cc. 3. Vit-C = 2 cc. 4. Collagen = 1 cc.
สูตร 2 = สูตรสำเร็จ Pep-bu ใช้ประมาณ 2.5 cc.
***ภายหลังทำแล้วทั้ง 2 สูตร ทาด้วย Oxoferin
ผลที่เกิดขึ้นหลังทำ Fractional Meso
หลังทำ 1 เดือน จะมีการสร้าง Collagen ประมาณ 70% และจะมีการสร้าง Collagen สูงสุดประมาณ 2 เดือน

คนที่เหมาะจะทำ Fractional Meso

  • รูขุมขนกว้าง
  • รอยดำและรอยแดงจากสิว และแสงแดด
  • หลุมสิว
  • รอยย่นเล็ก ๆ
  • ผิวหนังหยาบกระด้าง

Fractiona Meso แตกต่างจาก Laser อย่างไร
  1. Laser Treatment มีการทำลายของชั้น Epidermis ในขนะที่ Fractional Meso ไม่ทำลายชั้นหนังกำพร้า
  2. Fractional Meso ใช้เวลาในการเกิด Collagen น้อยกว่า Laser คือใช้เวลา 2 เดือน ในขณะที่ Laser ใช้เวลา 6 เดือน

2. Derma Mag Aging (DMA) ลดริ้วรอย หน้าใส ลดฝ้า
เป็นนวัตกรรมแห่งการผลักสารอาหาร วิตามิน ไลโพโซม ไวท์เทนนิ่ง ซึ่งในการลดริ้วรอยจะใช้ Pepbu ผลักเข้าสู่เซลล์ผิว ด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กเปิดรูขุมขนขึ้นก่อนแล้วผลักยาด้วยขบวนการเครื่องนำประจุไฟฟ้านำสารอาหารและยาเข้าสู่ผิวหนังเข้าได้ลึกถึง เทียบเท่ากับการฉีดยาแต่ไม่มีรอยซ้ำ และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อการไหลเวียนของเลือด หลังทำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ จางลง ผิวดูกระชับ สัมผัสได้ในครั้งแรกที่ทำ

เทคนิคล่าสุดที่ช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ในชั้นผิวหนังได้ดีกว่า เรียกว่า "Needleless Mesotherapy" หรือ "การรักษาเมโสแบบไม่ต้องใช้เข็ม" นอกจากมีประสิทธิภาพในการผลักตัวยาได้ล้ำลึก ยังไม่ต้องเจ็บตัวจากการโดนเข็มจิ้มอีกต่างหาก

3.Meso-therapy/Homeopathyลดริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น
"เมโสเทอราปี" (Mesotherapy) เป็นการักษาปัญหาความงามที่ใช้กันมา 100 ปีแล้ว หลักการคือ ใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้นๆ ที่เรียกว่า "ชั้นเมโส" ฉีดยาเข้าไปในผิวระยะห่างกันไม่เกิน 1 ซม. เข้าไปที่ชั้นผิวหนัง เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวไม่ชุ่มชื้น เป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะจะทำการ ฉีดสาร แอนติออกซิเดนท์ และ วิตามิน เข้าไปใน ชั้นผิว โดยตรง เพื่อเป็นการ กระตุ้น และ ฟื้นฟู เซลล์ผิว จากภายใน ทำให้ จุดด่างดำ และ ริ้วรอย จางลง เมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง ผิวหน้า จะ ขาวใส และดูดีขึ้น ซึ่งอาจจะให้ผลเร็วกว่าการทา ครีมบำรุง เพียงอย่างเดียวเป็นการ ตัวยามีหลากหลาย สูตรที่ให้รักษาริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น ซึ่งได้คิดข้นสูตร 2 สูตร คือ สูตร 1 Peb-bu สูตร 2 Mesoline Refresh โดยขึ้นอยู่กับปัญหาเช่นลดริ้วรอย Anti-Wrinkle ก็ใช้ Growth Factor และ DNA หรือ Aging Skin ก็ใช้ Hyaluronic acid

4.4. Facil Reju B.T.1. ลดริ้วรอย เสริมสร้างความอ่อนเยาว์ (สำหรับผู้มีปัญหาน้อย)

เป็นการรักษาผิวหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยยังไม่มากนัก ด้วยโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน ที่ใช้เครื่องมือเลเซอร์ และการทำทรีทเม้นต์ ซึ่งมีกระบวนการในการเตรียมผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื่น แข็งแรง ด้วยทรีทเม้นต์ Soothing Tr. หลังจากยิงเลเซอร์ IP Light เพื่อปรับผิวหน้าให้ขาวใส อ่อนเยาว์ การรักษาด้วยโปรแกรม Facial Reju B.T.1. นี้จะทำให้การรักษาเห็นผลชัดเจนขึ้นในครั้ง แรกของการรักษา ซึ่งเห็นอยู่กับปัญหาและสภาพของผิวของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ

4.5 Facial Reju (B,T.2.) ลดริ้วรอย เสริมสร้างความอ่อนเยาว์ (สำหรับผู้มีปัญหามาก)

เป็นการรักษาผิวหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยเริ่มมากขึ้น ด้วยโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน ที่ใช้เครื่องมือเลเซอร์และการทำทรีทเม้นต์ ซึ่งมีกระบวนการในการเตรียมผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื่น แข็งแรง ด้วยทรีทเม้นต์ Blooming Bright Tr. หลังจากยิงเลเซอร์ IP Light เพื่อปรับผิวหน้าให้ขาวใส อ่อนเยาว์ การรักษาด้วยโปรแกรม Facial Reju B.T.2. นี้จะทำให้การรักษาเห็นผลชัดเจนขึ้นในครั้ง แรกของการรักษา ซึ่งเห็นอยู่กับปัญหาและสภาพของผิวของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ

4.6 Reju Beauty Cocktail (B,C.2.) ลดริ้วรอยเสริมสร้างความอ่อนเยาว์ ด้วยการรักษาผสมผสานสำหรับอายุ มากกว่า 35 ปี

เป็นการรักษาผิวหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยเริ่มมากขึ้น ด้วยโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน ที่ใช้เครื่องมือเลเซอร์และการทำทรีทเม้นต์ ซึ่งมีกระบวนการในการเตรียมผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื่น แข็งแรง ด้วยทรีทเม้นต์ Blooming Bright Tr. หลังจากยิงเลเซอร์ IP Light เพื่อปรับผิวหน้าให้ขาวใส อ่อนเยาว์ Derma Mag Aging การรักษาด้วยโปรแกรม B.C.1. นี้จะทำให้การรักษาเห็นผลชัดเจนขึ้นในครั้ง แรกของการรักษา ซึ่งเห็นอยู่กับปัญหาและสภาพของผิวของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ

facebook